คณะกรรมการบริษัท ได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการกำกับดูแลกิจการของบริษัท ซึ่งเป็นไปตามข้อพึงปฏิบัติที่ดีตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์และกรรมการของบริษัท ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
1. นโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ
บริษัทให้ความสำคัญกับการมีบรรษัทภิบาลที่ดี เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนและสาธารณชนได้รับทราบและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทได้ บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการขึ้น โดยมุ่งเน้นในเรื่องกรรมการบริษัท ความโปร่งใสในการดำเนินกิจการ การเปิดเผยข้อมูล และการบริหารความเสี่ยง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
2. สิทธิของผู้ถือหุ้น
บริษัทมีนโยบายให้ความสำคัญเกี่ยวกับสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยจะมีการดำเนินการให้มีการจัดส่งหนังสือนัดประชุมพร้อมทั้งข้อมูลประกอบการประชุมวาระต่างๆให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า และมีการจัดทำรายงานการประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบผลการประชุมได้
3. สิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัทได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนและพนักงาน โดยที่ผ่านมาบริษัทได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากธุรกิจของบริษัทอาจก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนและเสียงดังรบกวนชุมชนที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกับบริเวณที่ปฏิบัติงาน บริษัทจึงได้ใช้มาตรการต่างๆในการลดผลกระทบดังกล่าว ประกอบกับหลีกเลี่ยงการก่อความรำคาญให้กับชุมชนมากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ขณะเดียวกันในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ของบริษัท บริษัทก็ได้มีการดำเนินมาตรการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิด โดยจัดอุปกรณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน
4. การประชุมผู้ถือหุ้น
บริษัทมีนโยบายให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าประชุมโดยไม่ยุ่งยาก จัดประชุมในสถานที่และเวลาที่ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าประชุมได้สะดวก จัดให้มีข้อมูลและเวลาเพียงพอในการพิจารณา และมีการจัดเตรียมหนังสือมอบฉันทะสำหรับผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ด้วยตัวเอง
5. ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์
คณะกรรมการได้มีส่วนร่วมในการกำหนด วิสัยทัศน์ ภารกิจ กลยุทธ์ เป้าหมาย แผนธุรกิจ และงบประมาณของบริษัท ตลอดจนกำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินการให้เป็นไปตามแผนธุรกิจและงบประมาณที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุดให้แก่กิจการและความมั่นคงสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น
6. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์
บริษัทมีนโยบายการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยมีการกำหนดนโยบายและขั้นตอนในการอนุมัติรายการที่เกี่ยวโยงกันเป็นลายลักษณ์อักษรโดยถูกควบคุมและตรวจสอบโดยคณะกรรมการและคณะกรรมการตรวจสอบ และเปิดเผยรายการเกี่ยวโยงกันไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน รายงานประจำปี และแบบ 56-1 นอกจากนี้ยังมีการดูแลให้ผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เรื่องการเปิดเผยข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ และห้ามมิให้มีการใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ของตนเอง
7. จริยธรรมธุรกิจ
คณะกรรมการของบริษัทและผู้บริหารได้กำหนดนโยบายและชี้แจงให้พนักงานทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย ผู้ถือหุ้น และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้แก่พนักงานของบริษัท
8. การถ่วงดุลของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
คณะกรรมการของบริษัทมีทั้งสิ้น 9 ท่านประกอบด้วย
- กรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวน 5 ท่าน
- กรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหารจำนวน 1 ท่าน
- กรรมการที่เป็นอิสระจำนวน 3 ท่าน
บริษัทมีกรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหารและกรรมการที่เป็นอิสระคิดเป็นร้อยละ 44.4 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ซึ่งสามารถถ่วงดุลอำนาจในการบริหารงานได้
9. การรวมหรือแยกตำแหน่ง
บริษัทมีการกำหนดประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่แยกกันอย่างชัดเจนและมีกรรมการที่เป็นอิสระคอยถ่วงดุลอำนาจและสอบทานในการบริหาร
10. ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร
ค่าตอบแทนกรรมการ บริษัทได้กำหนดค่าตอบแทนกรรมการไว้อย่างชัดเจนและโปร่งใส โดยค่าตอบแทนอยู่ในระดับเดียวกับอุตสาหกรรม และสูงเพียงพอที่จะดูแลและรักษากรรมการที่มีคุณสมบัติที่ต้องการ และได้มีการขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นแล้ว
ค่าตอบแทนผู้บริหาร บริษัทได้กำหนดค่าตอบแทนผู้บริหารในระดับที่เหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และอยู่ในระดับที่สูงพอที่จะดูแลให้ผู้บริหารมีการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ
11. การประชุมคณะกรรมการ
บริษัทจะจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการเป็นประจำอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง โดยมีการส่งหนังสือนัดประชุมพร้อมข้อมูลประกอบวาระการประชุมอย่างชัดเจนให้คณะกรรมการศึกษาก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน นอกจากนี้บริษัทยังได้มีการจดบันทึกการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อรายงานผลการประชุม และเก็บรวบรวมไว้เพื่อให้คณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้ในรอบปี 2549 มีการประชุมคณะกรรมการบริษัท จำนวนทั้งสิ้น 4 ครั้ง มีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพียงกัน
12. คณะอนุกรรมการ
บริษัทได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุด ประกอบด้วย คณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ดังต่อไปนี้
คณะกรรมการตรวจสอบ:
บริษัทได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2547 มีวาระในการดำรงตำแหน่ง 3 ปี โดยคณะกรรมการตรวจสอบจะต้องมีการจัดประชุมและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน:
คณะกรรมการบริษัทได้ทำการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและพิจารณารายได้ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 4/2547 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2547 และตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2547 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2547 เพื่อมาพิจารณาสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพร้อมทั้งพิจารณาค่าตอบแทนที่เหมาะสมให้กับกรรมการบริษัท
13. ระบบการควบคุมและการตรวจสอบภายใน
บริษัทได้ตั้งฝ่ายตรวจสอบภายในขึ้นมา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ช่วยในการดำเนินการจัดตั้ง เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงาน และกิจการทางการเงินที่สำคัญ และช่วยเสนอแนะเพื่อแก้ไขจุดอ่อนของระบบการควบคุมภายในของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทได้จัดให้มีระบบควบคุมภายในที่ดี และมีการปฏิบัติสอดคล้องตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องของบริษัท
14. รายงานของคณะกรรมการ
คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบต่องบการเงินรวมของบริษัทและบริษัทย่อย และสารสนเทศทางการเงินที่ปรากฏในรายงานประจำปี โดยมอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบสอบทานงบการเงิน และรายการระหว่างกันก่อนนำเสนอ งบการเงินดังกล่าวจัดทำขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปในประเทศไทย โดยเลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสม และมีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
15. ความสัมพันธ์กับผู้ลงทุน
คณะกรรมการให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และทั่วถึง ทั้งรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทั่วไป ตลอดจนข้อมูลสำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท โดยบริษัทได้ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลที่จำเป็นต้องเปิดเผยผ่านสื่อต่างๆ ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด นอกจากนี้บริษัทยังจัดตั้งหน่วยงานผู้ลงทุนสัมพันธ์ซึ่งรายงานโดยตรงต่อกรรมการผู้จัดการ เพื่อให้บริการข้อมูลและข่าวสารกิจกรรมต่างๆของบริษัทกับผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์ และประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถติดต่อขอข้อมูลบริษัทได้ที่ โทร. 029-190-090-97 หรือ ที่ website: www. seafco.co.th หรือที่ e-mail address: seafco@seafco.co.th |