
ดร. ณรงค์ ทัศนนิพันธ์
กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ในปี พ.ศ.2568 ที่ผ่านมา ธุรกิจของเราต้องเผชิญกับความท้าทายจากทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมก่อสร้าง แต่ด้วยความมุ่งมั่นและการดำเนินงานที่ยึดมั่นในหลักของการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งรักษาความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจเสาเข็มเจาะและกำแพงกันดินอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผลประกอบการมีผลกำไรตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ และได้รับรางวัล SET ESG Ratings ในระดับ A จากการประเมินและจัดอันดับด้านความยั่งยืนระดับสูงจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ในปี 2569 นี้ บริษัทฯ ยังคงยึดหลักการความมุ่งมั่น และการดำเนินงานที่ยึดมั่นในหลักของการพัฒนาอย่างยั่งยืนดังเช่นปี 2568 บริษัทฯ จะส่งเสริมความก้าวหน้าทางธุรกิจก่อสร้างฐานรากให้มากขึ้น โดยการปรับคุณภาพของวัสดุส่วนเกิน เช่น จัดหาแหล่งระบายดินที่ขุดขึ้นมาจากการก่อสร้างฐานรากให้เป็นประโยชน์มากขึ้น โดยลงทุนซื้อบ่อน้ำเป็นที่ระบายดินที่ขุดขึ้นมา เมื่อถมบ่อน้ำเต็มก็จะเกิดเป็นรายได้เสริมจำนวนมากในอนาคต อีกทั้งทำการปรับแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้นอีกโดยปรับค่าความเป็นด่างของของเหลวพยุงหลุมเจาะ (Support Fluid) ที่ปกติหลังการใช้งานก่อสร้างค่าความเป็นด่างจะอยู่ที่ประมาณ PH 12-14 ให้ลดลงเหลือประมาณ PH 10 ก่อนระบายสู่ท่อระบายน้ำเสียหรือลำรางสาธารณะ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทจะทำการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อขอจดอนุสิทธิบัตรเกี่ยวกับการก่อสร้างงานฐานรากเพิ่มเติมจากปัจจุบัน ที่ได้จดอนุสิทธิบัตรไว้แล้ว 2 ฉบับ เพราะบริษัทเชื่อว่าการวิจัยต่างๆ ที่บริษัทได้ทำมาจะมีผลทำให้บริษัทได้รับงานและทำกำไรได้ดีขึ้น และโอกาสในการได้รับรางวัล SET ESG Ratings ในระดับที่สูงกว่าระดับ A ได้
ท้ายนี้ ผมขอขอบคุณท่านประธานคณะกรรมการ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้บริหาร คู่ค้า สถาบันการเงิน และทุกฝ่ายที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนบริษัทมาโดยตลอด ผมขอยืนยันว่า บริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ มุ่งมั่นพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและคุ้มค่าในระยะยาว